Slide Meaw Meaw

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ว่าด้วยเรื่องของวัคซีนน้องแมวและน้องหมา

สุขภาพโดยรวมของแมววัคซีนสามารถช่วยป้องกันแมวจากโรคติดเชื้อได้ แต่ท่านไม่ควรจะละเลยปัจจัยอื่นที่สำคัญพอ ๆ กัน ในการทำให้แมวของท่านมีสุขภาพดี ได้แก่ เรื่องอาหาร และการควบคุมพยาธิ สัตวแพทย์จะเป็นผู้ช่วยเหลือให้ท่านมั่นใจว่าท่านได้ให้การเลี้ยงดู และป้องกันอย่างดีที่สุดแก่แมวที่ท่านรัก และให้ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อช่วยให้แมวของท่านมีสุขภาพดี และยืนยาว โปรดระลึกไว้เสมอว่า แนวทางการป้องกันโรคเหล่านี้ในแมว ก็คือการนำแมวไปฉีดวัคซีนซึ่งได้ผลมากกว่า 90 % โอกาสจะเกิดโรคจะลดน้อยลงเหลือเพียง 5 - 10 % หรือถ้าเกิดโรคก็จะไม่รุนแรงมากนัก แมวต้องพึ่งพาท่าน ท่านเป็นผู้เดียวที่สามารถให้การดูแลอย่างดีที่สุดแก่เขา โปรดพาเขาไปพบสัตวแพทย์ อย่างสม่ำเสมอ

วัคซีนทำงานได้อย่างไร
การฉีดวัคซีนจะช่วยในการป้องกันโรคแต่ไม่ได้ช่วยในการรักษา ในวัคซีนจะประกอบด้วยเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่มีการเปลี่ยนแปลง จนไม่สามารถก่อโรคได้ เมื่อแมวได้รับวัคซีน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะผลิตสารที่เรียกว่าภูมิคุ้มกัน ( antibody ) ซึ่งจะมีหน้าที่ต่อต้านเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่ก่อโรคขึ้นเมื่อแมวสัมผัสกับโรคนั้นในเวลาต่อมา ภูมิคุ้มกันเหล่านี้ จะทำลายเชื้อที่ก่อโรคอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการป้องกันโรคด้วยการฉีดวัคซีนกระตุ้นเป็นประจำทุกปีและมีการตรวจสุขภาพแมวอย่างสม่ำเสมอ


ทำไมลูกแมวจึงจำเป็นต้องฉีดวัคซีนหลายเข็ม
ลูกแมวที่ยังไม่ได้หย่านมจะได้รับภูมิคุ้มกันจากน้ำนมแม่ที่ช่วยปกป้องลูกแมวจากโรคภัยต่าง ๆ ในช่วงเดือน แรก ๆ ของชีวิตแต่ภูมิคุ้มกันจากแม่เหล่านี้จะรบกวนการฉีดวัคซีน ทำให้วัคซีนไม่ได้ผลดี อย่างไรก็ตามภูมิคุ้มกันจากแม่จะค่อย ๆ ลดลงในช่วง 2 - 3 เดือนแรก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องฉีดวัคซีนให้ลูกแมว 2 - 3 ครั้ง ในช่วงอายุ 6 - 16 สัปดาห์ เนื่องจากถ้าภูมิคุ้มกันจากแม่รบกวนการทำวัคซีนเข็มแรก วัคซีนเข็มต่อ ๆ มาจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายลูกแมวผลิตภูมิคุ้มกันตัวเองต่อโรคนั้น ๆ ได้

โปรแกรมการป้องกันโรค------------ 3 - 4 --- สัปดาห์ ตรวจอุจจาระ ถ่ายพยาธิ ---------------- 9 --- สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัด + โรคระบบหายใจ + โรคช่องปากและลิ้นอักเสบ , Felocell CVR ------------ 9-10 --- สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรค ลิวคีเมีย , Leukocell 2 ------------ 12-13 - สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรค ลิวคีเมีย ครั้งที่ 2 , Leukocell 2 ---------------- 3 --- เดือน ฉีดวัคซีนป้องกันโรค พิษสุนัขบ้า และถ่ายพยาธิ , Defensor 3 ------------ 3-3.5 -- เดือน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัด + โรคระบบทางเดินหายใจ + โรคช่องปากและลิ้นอักเสบ ครั้งที่2 , Felocell CVR - ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัด + โรคระบบหายใจ + โรคช่องปากและลิ้นอักเสบ โรคลิวคีเมีย และโรคพิษสุนัขบ้าซ้ำทุก ๆ ปี และถ่ายพยาธิซ้ำทุก ๆ 6 เดือน โปรแกรมอาจเปลี่ยนแปลงตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ของท่าน

โรคของแมวที่ต้องฉีดวัคซีน
"ภัยร้ายใกล้..แมวคุณ"-------- แมวแหมียว เป็นสัตว์ที่รักอิสระ มีนิสัยชอบท่องเที่ยว ซึ่งวิถีชีวิตแบบนี้ อาจนำเจ้าเหมียวให้ไปสัมผัสกับสัตว์อื่นๆ ทำให้มีโอกาสติดโรคต่างๆ เพิ่มขึ้นตามไปด้วย มีโรคต่างๆ หลายชนิดที่เมื่อแมวเป็นแล้วมักจะถึงแก่เสียชีวิต ได้แก่โรคมะเร็งเม็ดเลือด ( Feline Leukemia) โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบชนิดติดเชื้อ (Feline Infectious Peritonitis)และโรคพิษสุนัขบ้า ( Rabies ) โรคไข้หัดแมว ( Feline Distemper ) โรคระบบทางเดินหายใจในแมว (Feline Respiratory Disease ) ส่วนโรคอื่นๆก็อาจเป็นอันตรายกับลูกแมว หรือทำให้แมวโตเต็มวัยมีสุขภาพถดถอยได้ -------- ยังนับว่าเป็นโชคดีที่มีวัคซีนเพื่อป้องกันโรคสำคัญๆในแมว วัคซีนจะช่วยปกป้องแมว จากเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ -------- การป้องกันจะเป็นหลักประกันว่า ท่าได้ให้คุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับแมว ของท่านและเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า การรักษาเมื่อแมวเป็นโรคนั้น การฉีดวัคซีนให้แมวเป็นวิธีที่ดีที่สุด และราคาถูกที่สุดในการป้องกันโรคต่างๆถ้าท่านเลี้ยงแมวโดยไม่รัการฉีดวัคซีนตามโปรแกรม แมวของท่านอาจล้มป่วยด้วยโรคที่ร้ายแรง อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ โปรดปรึกษาสัตวแพทย์ ถึงการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดต่อในแมว 1. โรคมะเร็งของเม็ดเลือดในแมว ( Feline Leukemia )-------- โรคลิวคีเมียของแมวเกิดจากเชื้อไวรัส FeLV ซึ่งจะทำลายเซลล์ในระบบการสร้างภูมิคุ้มกันของแมวทำให้แมวไม่สามารถต่อสู้กับการติดเชื้ออื่น ๆ เช่นปอดอักเสบ นอกจากนี้ไวรัสตัวนี้ยังสามารถก่อให้เกิดมะเร็งในประชากรแมวบางส่วนได้ เช่น มะเร็งเม็ดเลือดและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เมื่อมีการติดเชื้อไวรัส FeLV แมวบางตัวสามารถกำจัดเชื้อตัวนี้ไปได้และหายจากโรคนี้ แต่ถ้ามีการติเชื้ออย่างถาวรแมวจะเสียชีวิตได้ แมวที่มีสุขภาพอ่อนแออย่างต่อเนื่องหรือเจ็บป่วยจากการติดเชื้อหรือมีไข้ อาจจะเป็นโรคนี้ได้ ปัจจุบันนี้คุณสามารถป้องกันแมวของคุณจากการติดเชื้อโดยฉีดวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งของเม็ดเลือดในแมวสอบถามสัตวแพทย์ของท่านเกี่ยวกับโปรแกรมการป้องกันเพื่อสุขภาพที่ดี การฉีดวัคซีนจะเริ่มต้นด้วยการฉีดวัคซีนนี้ 2 เข็ม ห่างกัน 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นฉีดซ้ำทุกปี 2. โรคพิษสุนัขบ้า ( Rabies )-------- โรคนี้เป็นโรคของสัตว์สู่คนที่อันตรายที่สุดและสามารถเกิดขึ้นกับสัตว์เลือดอุ่นทุกชนิด ( สุนัข แมว ปศุสัตว์ สัตว์ป่า ) จึงจำเป็นต้องแดวัคซีนให้กับสัตว์เลี้ยงของท่านทุกตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมวที่มีนิสัยชอบท่องเที่ยวและไม่อยู่ติดบ้าน โรคพิษสุนัขบ้านี้เกิดจากไวรัส ที่ทำลายเนื้อเยื่อระบบประสาท โดยมีระยะฟักตัวของโรคตั้งแต่ 10 วันจนถึงหลาย ๆ เดือน สัตว์ที่ติดเชื้อนี้อาจจะหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คน บางตัวอาจแสดงอาการก้าวร้าวผิดปกติ และทำร้ายคน หรือสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ เมื่อสัตว์แสดงอาการของโรคแล้วจะจบลงด้วยการเสียชีวิตเสมอ เชื้อไวรัสนี้สามารถแพร่กระจายโดยการกัดหรือสัมผัสน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อนี้ ดังนั้นเมื่อแมวที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนไปต่อสู้กับสัตว์ที่ติดเชื้อนี้ หรือแผลจากการต่อสู้ ให้สงสัยไว้ก่อนว่ามีการติดเชื้อโรคนี้ ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับแมวเมื่อมีอายุ 12 สัปดาห์ขึ้นไปและฉีดกระตุ้นซ้ำตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ 3. โรคไข้หัดแมว ( Feline Distemper ) -------- โรคนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าโรคลำไส้อักเสบติดเชื้อไวรัสในแมว (Feline Penleukopenia )เป็นโรคที่พบได้ทั่วไปและเกิดในแมวทุกอายุ แมวทุกตัวควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ เนื่องจากไม่สามารถระวังไม่ให้แมวสัมผัสกับเชื้อโรคนี้ได้ โดยเชื้อนี้จะมีผลกับอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้เกิดอาการไข้ เบื่ออาหาร อาเจียน ท้องเสีย แสดงสภาวะขาดน้ำ อ่อนเพลีย ตัวสั่นและเดินไม่ตรง แมวอาจตายภายในหนึ่งสัปดาห์ ลูกแมวที่เป็นโรคนี้ 3 ใน 4 ตัว จะตาย แมวที่มีอายุเมื่อเป็นโรคนี้ จะมีอัตราการตาย 50 % ดังนั้นควรฉีดวัคซีนให้แมวเพื่อป้องกันโรคนี้ในลูกแมวอายุน้อยกว่า 12 สัปดาห์ ควรฉีดวัคซีนนี้ 2 - 3 ครั้ง ห่างกัน 2 - 3 สัปดาห์ 4. โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบชนิดติดเชื้อในแมว (Feline Infection Peritonitis) -------- เกิดจากเชื้อไวรัส ถึงแม้ความเสี่ยงของการติดโรคนี้จะต่ำ แต่แมวที่เป็นโรคนี้จะเสียชีวิตเสมอภายใน 6 เดือนหลังจากเกิดโรค แมวจะมีช่องท้องขยายใหญ่ เนื่องจากมีของเหลวสะสมอยู่ มีไข้ น้ำหนักลด และตาเจ็บ 5. โรคระบบทางเดินหายใจในแมว (Feline Respiratory Disease )-------- โรคระบบทางเดินหายใจมักจะแพร่กระจายจากแมวตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่งได้ง่าย โดยละอองที่ฟุ้งกระจายเมื่อแมวไอ หรือ จาม ลูกแมวที่ป่วยด้วยโรคนี้อาจเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นปอดอักเสบ แมวที่ป่วยมักมีน้ำมูก น้ำตาไหล จมูกและปากมีแผล ตาอักเสบ มีไข้ โรคนี้มักมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสที่เรียกว่า Feline rhinotracheitis และ Feline calicivirus ในกรณีของ Rhinotracheitis จะมีความรุนแรงกว่าและอาจทำให้แมวที่ตั้งท้องเกิดการแท้งได้ แมวควรไดรับการฉีดวัคซีน ซึ่งจะป้องกันโรคจากไวรัสทั้ง 2 ชนิดนี้ได้ ควรฉีดวัคซีนชนิดใดให้กับแมว มีวัคซีนป้องกันโรคให้แมวอยู่หลายชนิด ซึ่งโปรแกรมการทำวัคซีนจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ตรงกับความต้องการของตัวสัตว์มีปัจจัยบางอย่างที่สัตวแพทย์ใช้พิจารณา ก่อนที่จะเริ่มทำวัคซีนให้กับแมว -------- - สุขภาพโดยรวม สัตว์ที่มีสภาวะขาดอาหาร หรือป่วย หรือกำลังให้ยาบางอย่างอยู่ อาจไม่ตอบสนองต่อการทำวัคซีน ดังนั้นจึงต้องตรวจสุขภาพก่อนทำวัคซีน -------- - ความเสี่ยงต่อการสัมผัสโรค วัคซีนป้องกันโรคบางอย่างอาจไม่จำเป็นต้องฉีด ถ้าความเสี่ยงต่อการติดโรคนี้มีน้อย -------- - อายุแมววัคซีนส่วนใหญ่ประสิทธิภาพดี เมื่อให้กับลูกแมวที่อย่านมแล้ว เนื่องจากภูมิคุ้มกันจากแม่อาจไปลบล้างการทำงานของวัคซีนได้ -------- - สัตว์ที่มีพยาธิ ( เช่นพยาธิลำไส้หรือหมัด ) หรือมีการติดเชื้อ อาจไม่ตอบสนองความต่อการทำวัคซีนได้ สัตวแพทย์จะเป็นผู้แนะนำโปรแกรมวัคซีนที่เหมาะสมและช่วยให้แมวของท่านมีสุขภาพดีขึ้น การตัดสินใจทำวัคซีน นอกจากโรคไข้หัดแมว และโรคระบบทางเดินหายใจ ที่มีอัตราการป่วยและตายค่อนข้างสูง โรคติดเชื้ออื่น ๆ ในแมวที่ได้รับการฉีดวัคซีนจะมีอัตราต่ำ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า < 1 % โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบชนิดติดเชื้อ น้อยกว่า 1 % และโรคมะเร็งของเม็ดเลือด น้อยกว่า 3% แต่โรคเหล่านี้ในแมวขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างรวมถึงสถานะของแมวที่ท่านเลี้ยง อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงต่อการติดโรคสูงขึ้น สัตวแพทย์สามารถแนะนำและให้คำปรึกษากับท่านได้

ที่มา : http://www.geocities.com/kunavut_mail/vaccine05.html

ว่าแล้ว.....พานมสดไปฉีดยาก่อนนะ...

ไม่มีความคิดเห็น: